5 จิตรกรเอกของโลก และผลงานชิ้นโบแดง

ภาพเขียนระดับโลกนั้นแน่นอนว่าจะต้องเป็นผลงานมีเอกลักษณ์ไม่มีใครเหมือน อีกทั้งยังต้องสามารถแสดงสิ่งที่ศิลปินต้องการจะสื่อได้เป็นอย่างดี หรือบางรูปแค่ยืนดูเฉยๆก็รู้สีกว่ามันเหมือนกับมีชีวิตออกมายังไงอย่างงั้นเลย แต่บางรูปก็ให้ความรู้สึกลึกลับซับซ่อนแก่ผู้พบเห็นจำนวนมาก จนไม่อาจหยุดตั้งคำถามได้ว่าเหตุใดภาพนี้ถึงให้ความรู้สึกอันน่าฉงนขนาดนี้

อันดับ 5 The Scream

The Scream เป็นชุดของภาพเขียนแบบ Expressionism และภาพพิมพ์ โดย Edvard Munch  ศิลปินชาว Norway  The Scream เป็นภาพของคนกำลังทุกข์ทรมานยืนอ้าปากหวอ เอามือทาบหน้า เหมือนกับกำลังยืนกรีดร้องด้วยความโหยหวน มีฉากเป็นท้องฟ้าสีแดงเลือด ตัดกับสีน้ำเงินเข้มของอ่าว Oslofjord โดยกำลังมองจากเนินเขา Ekeberg ในเมือง Oslo  Edvard Munch  ได้สร้าง The Scream หลาย Version ในสื่อต่างๆขึ้นมา โดย Version โด่งดังที่สุดถูกเขียนขึ้นในปี 1893

อันดับ 4 The Creation Of Adam

ภาพนี้อยู่บนเพดานของโบสถ์  Sistine Chapel  ภายในกรุงวาติกัน เขียนโดย Michel angelo ในปี 1508 – 1512 เป็น 1 ในงานศิลปะที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของยุค Renaissance บนเพดานโบสถ์ตบแต่งด้วยภาพเขียนจากเหตุการณ์พระคัมภีร์ปฐมกาล 9 ภาพ The Creation Of Adam จัดเป็นหนึ่งในภาพเขียนมีชื่อเสียงที่สุดตลอดกาล รวมทั้งยังถูกนำมาล้อเลียนมากมายนับไม่ถ้วน

  1. The Last Supper

The Last Supper เป็นจิตรกรรมฝาผนังในศตวรรษที่ 15 เขียนขึ้นโดย Leonardo da vinci บริเวณผนังด้านหลังของโรงอาหารในโบสถ์ Santa Maria Delle Grazie ณ เมืองMilan โดยเป็นภาพแสดงเหตุการณ์ตอนพระเยซูประกาศว่า 1 ใน 12 อัครสาวกจะทรยศพต่อระองค์ ก่อนที่พระองค์จะถูกนำไปตรึงกางเขนนั่นเอง Leonardo da vinci  เริ่มเขียนภาพนี้ในปี 1495 และเสร็จสิ้นในปี 1498 แต่การใช้เวลานี้เขาจะไม่ได้เขียนภาพอย่างต่อเนื่อง จึงใช้เวลานานอย่างที่เห็น

  1. Starry Night

Starry Night เขียนโดยศิลปินชาว Dutch  Winsent wango ถึงแม้ว่า Wango จะสามารถขายภาพเขียนไปได้เพียงภาพเดียวในชีวิตของเขา แต่กลับมีความยิ่งใหญ่มาก Starry Night จัดเป็น 1 ในภาพเขียนอันมีชื่อเสียงที่สุดของ Wango ภาพเขียนนี้แสดงให้เห็นถึงหมู่บ้าน Saint-Rémy  ซึ่งปกคลุมไปด้วยท้องฟ้าอันหมุนวน ภาพนี้ถูกเก็บไว้อย่างเป็นการถาวรที่ Museum of Modern Art ณ มหานคร New York  ตั้งแต่ปี 1941 เป็นต้นมา

1.Mona Lisa

Mona Lisa เป็นภาพเขียนอันมีชื่อเสียงมากที่สุดของโลกตลอดกาล เขียนโดย Leonardo da vinci ในช่วง Renaissance  เขาเริ่มเขียนภาพ Mona Lisa ในปี 1503 และเขียนเสร็จเพียงไม่นานก่อนเขาจะตายในปี 1519 ทุกวันนี้โมนาลิซาถูกนำมาแสดง louvre museum ในกรุงParis  มีผู้คนจากทั่วโลกแห่มาชมภาพนี้กันถึง 6 ล้านคนต่อปี

เทคนิคการวาดภาพสีน้ำให้ออกมาดูสวยงาม

pictureWatercolor

เทคนิคการวาดภาพสีน้ำ เมื่อผู้วาดสามารถวาดออกมาได้อย่างชำนาญ ภาพที่ได้จะมีความสวย ละมุน อ่อนโยน สร้างความประทับใจแก่ผู้พบเห็น แต่การวาดสีน้ำนั้นถ้าผู้วาดฝึกฝนไม่เพียงพอ หรือไม่มีความชำนาญเท่าที่ควร สีอาจจะผสมกันเละจนดูไม่สวยเลยก็เป็นได้ เพราะฉะนั้นเรื่องของการฝึกฝนเป็นเรื่องอันขาดไม่ได้ วันนี้เราจึงนำ เทคนิคการวาดภาพสีน้ำให้ออกมาดูสวยงาม มาบอกเล่าเพื่องานของท่านจะได้มีความสวยงามมากยิ่งขึ้น

1.ระบายแบบเปียกบนเปียก

คือการใช้สีผสมกับน้ำแล้วมาระบายลงบนกระดาษเปียก ไม่ว่ากระดาษนั้นจะจากเปียกน้ำหรือเปียกจากสีก็ตาม จากนั้นก็นำพู่กันจุ่มสีแบบเข้มข้น มาแตะลงบนกระดาษเปียก วิธีนี้จะทำให้สีไหลไปซึมผสมเข้ากับสีอื่น จนเกิดเป็นสีใหม่ขึ้นมา ถ้ากระดาษเปียกชุ่ม จะเหมาะสำหรับระบายภาพวิวท้องฟ้าหรือทะเล ถ้ากระดาษเปียกปกติ เหมาะกับการระบายรูปทรงต่างๆ ทั่วไป ส่วนถ้าใช้กระดาษเปียกหมาดๆ จะเหมาะสำหรับการระบายเพื่อสื่อถึงพื้นผิวไม่เรียบขรุขระ

2.ระบายแบบเปียกบนแห้ง

คือการใช้สีผสมกับน้ำแล้วมาระบายบนกระดาษแห้ง ซึ่งมี 3 วิธี ได้แก่

การระบายเรียบสีเดียว คือ การระบายสีตามแนวนอนของกระดาษอย่างเนื่อง ไปตามคราบสีที่ยังเปียกอยู่จนจบ ผลที่ได้สีจะมีความเรียบเนียนและสม่ำเสมอ

การระบายหลายสี คือ วิธีการก็เหมือนกับข้อบน แต่เมื่อระบายสีแรกเสร็จเรียบร้อย ให้ระบายสีสองต่อในวิธีเดิม ผลที่ได้ สีต่างๆ จะมีความกลมกลืนกัน

การระบายเรียบอ่อนแก่ ทำให้เกิดความหนักเบาของสี จะไล่สีจากอ่อนไปสีแก่ หรือจากแก่ไปหาอ่อนก็ได้  ผลลัพธ์ คือ ภาพที่ระบายจะมีมิติมีแสงและเงา

ระบายแบบแห้งบนแห้ง

คือการใช้สีแบบข้นๆ มาแตะ ขีด รวมทั้งระบายบนกระดาษ เป็นการเพิ่มรายละเอียด สวยงาม ให้กับภาพวาดมากยิ่งขึ้น

3.ระบายเคลือบ

เป็นการระบายทับสีเดิมที่แห้งสนิทแล้วอีกที ด้วยสีเดิมที่มีความเข้มกว่า ถ้าสีพื้นเข้มต้องใช้สีอ่อน แต่ถ้าสีพื้นอ่อนรูปสีต้องใช้สีเข้ม ผลที่ได้จะเพิ่มความตื้นลึกของภาพ

นี่คือเทคนิคแบบง่าย ในระดับเบื้องต้น โดยคุณสามารถนำไปใช้เพิ่มสกิลในการวาดรูปให้ดูสวยงาม มีความเป็นธรรมชาติมากขึ้น เพื่อการผ่อนคลายในยามว่าง อีกทั้งยังเป็นการช่วยเสริมจินตนาการของคุณอย่างไม่รู้จบ และอย่าลืมว่าการหมั่นฝึกฝนอย่างไม่ย่อท้อ จะพาเราไปถึงเส้นชัยได้

สีน้ำแบ่งออกเป็นกี่ประเภท

colorpicture

สีน้ำแบ่งออกเป็น 4 ประเภท ดังนี้

1.สีน้ำ สีน้ำมีความโปร่งแสง มีความเข้มข้นน้อย ต้องผสมน้ำจำนวนมากเวลาวาด ถ้าวาดทับกันจะเห็นเป็นชั้นอย่างชัดเจน นักเขียนการ์ตูนส่วนมากนิยมใช้สีน้ำ เป็นสีที่วาดได้เรื่อยๆสบายๆ ส่วนมากมักวาดลงบนกระดาษ ซึ่งกระดาษควรมีความหนาประมาณ 200-300 แกรม เวลาโดนน้ำจะได้ไม่ยุ่ย

2.สีโปสเตอร์ สีนี้ตรงข้ามกันกับสีน้ำ คือ ทึบแสง ความเข้มข้นสูง เนื้อสีไม่โปร่ง จึงไม่ควรผสมน้ำมากเพราะสีจะหมองและจืด จนขาดความสวยงามได้ การควบคุมสีในขณะวาดง่ายกว่าสีน้ำเพราะการซึมน้อยกว่า ถ้าเริ่มวาดรูปควรหัดใช้สีโปสเตอร์เพราะสามารถพัฒนาได้เร็ว ส่วนมากวาดลงบนกระดาษเช่นเดียวกัน

3.สีอะครีลิค เป็นสีสดใส มีความมันวาวสูง สะท้อนแสงได้ดี ที่สำคัญคือแห้งเร็วมากแค่เพียงไม่กี่นาทีหรืออาจไม่ถึงนาทีเลยด้วยซ้ำในบางครั้ง ควรพกขวดสเปรย์เล็กๆใส่น้ำไว้ฉีดพรมบนภาพ เพื่อไม่ให้สีแห้งหากต้องการวาดในส่วนนั้นต่อ ที่สำคัญควรฉีดใส่สีที่บีบไว้บนจานด้วย เพราะอาจจะแห้งได้ การใช้สีอะครีลิคต้องระวังเรื่องพู่กันเป็นอย่างมาก ถ้าไม่ได้ใช้ควรจุ่มน้ำไว้ตลอด เพราะถ้าเผลอสีแห้งพู่กันจะแข็งได้ สีอะครีลิคแห้งแล้วน้ำไม่ซึม เหมาะสำหรับวาดลงบนผืนผ้าใบ  หรือผ้าชนิดอื่นๆ ที่สามารถวาดได้ การวาดลงบนกระดาษก็สามารถทำได้แต่การคุมสีจะยากกว่าเนื่องจากมีข้อจำกัดในเรื่องของการใช้น้ำ เทคนิคบางอย่างจึงทำไม่ได้

4.สีน้ำมัน มีความคล้ายคลึงสีอะครีลิคแต่มีข้อแตกต่างคือ แห้งช้ามาก ใช้เวลาสองถึงสามวันหรือมากถึงหนึ่งสัปดาห์ถึงจะแห้งสนิท ทำให้มีเวลาแต่งภาพนานมาก การซึมของสีจะเนียนนุ่มนวลกว่าสีอะครีลิค ทำให้ภาพดูมีเสน่ห์กว่า ตัวทำละลายคือน้ำมันอย่าเผลอผสมนำไปผสมน้ำเป็นอันขาด  โดยน้ำมันที่ใช้ผสมมีชื่อว่า  Linseed Oil หลายๆคนมักนำไปผสมน้ำมันสนซึ่งเป็นสารระเหย ซึ่งสร้างอันตรายต่อสุขภาพ และยังทำให้เนื้อสีเสียอีกด้วย เวลาแห้งแล้วเอามือลูบจะมีสีติดมือออกมา ทำให้อายุภาพลดลงตามไปด้วย เวลาล้างสีบางคนก็ใช้น้ำมันสนล้างพู่กัน แต่จริงๆแล้วมีน้ำยาล้างโดยเฉพาะ โดยไม่อันตรายต่อสุขภาพ การวาดนั้นเหมาะสำหรับวาดบนผ้าใบเช่นเดียวกัน

โดย สีนํ้า สีโปสเตอร์ สีอคริลิก จะใช้นํ้าเป็นตัวผสม ส่วน สีนํ้ามันใช้น้ำมันสนเป็นตัวผสมนั่นเอง

สีอคริลิก มีส่วนผสมของ Plastic สีน้ำมัน มีส่วนผสมของ Oil สีน้ำ มีส่วนผสมของ  Gum Arabic